& Software Engineer Co., Ltd. ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักร CNC (New Parts) พร้อมศูนย์บริการซ่อมบำรุง (Repair), อัปเกรดระบบ (Retrofit), และดัดแปลงเครื่องจักรครบวงจรด้วยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
© 2026 SP AUTOMATION & SOFTWARE ENGINEER CO., LTD. All rights reserved.
Back to Knowledge Base
เรียนรู้หลักการและวิธีจัดการปัญหาโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
ปรึกษาปัญหาทางเทคนิคฟรี บทนำ: ทำไมต้องมี Braking Resistor ใน Inverter?ในระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ด้วย Inverter (หรือ VFD) นั้น การควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์เป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อมอเตอร์ทำงานภายใต้สภาวะที่ต้องชะลอความเร็วอย่างรวดเร็ว, หยุดกะทันหัน, หรือมีโหลดที่มีแรงเฉื่อยสูง (High Inertia Load) เช่น พัดลมขนาดใหญ่, สายพานลำเลียง, หรือเครน มอเตอร์จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า 'Regenerative Energy' หรือพลังงานที่มอเตอร์สร้างกลับคืนมา (คล้ายกับการเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชั่วคราว) พลังงานนี้จะไหลย้อนกลับเข้าสู่ Inverter และทำให้แรงดันไฟฟ้าบน DC Bus ภายใน Inverter สูงขึ้นเกินพิกัด ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิด Fault 'Overvoltage' (OV) และทำให้ Inverter หยุดทำงานหรือเสียหายได้ การใช้ Braking Resistor จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการกับพลังงานส่วนเกินนี้
หลักการทำงานของ Braking Resistor และ Braking Unit Braking Resistor ไม่ได้ทำงานเดี่ยวๆ แต่จะทำงานร่วมกับวงจร Braking Unit ซึ่งอาจเป็นวงจรภายใน Inverter เอง (สำหรับ Inverter ขนาดเล็ก) หรือเป็น External Braking Unit สำหรับ Inverter ขนาดใหญ่หรือในงานที่ต้องการการเบรกที่หนักหน่วง หลักการคือเมื่อแรงดัน DC Bus สูงถึงระดับที่กำหนด วงจร Braking Unit จะทำการเปิดสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ (โดยทั่วไปคือ IGBT) เพื่อเชื่อมต่อ Braking Resistor เข้ากับ DC Bus พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจะถูกส่งผ่าน Braking Resistor และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนระบายทิ้งสู่บรรยากาศ ทำให้แรงดัน DC Bus ลดลงสู่ระดับปกติ Inverter จึงสามารถทำงานต่อไปได้โดยไม่เกิด Overvoltage Fault
Was this guide helpful? Share Article
ประเมินอาการเสียและปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญฟรี! บริการซ่อมบอร์ด, เปลี่ยนอะไหล่ (New Part) และดัดแปลงเครื่องจักร ซ่อมจบใน 3 วัน พร้อมรับประกัน 3 เดือน
Test kit after repair No fix, no fee
ส่วนประกอบหลักที่เกี่ยวข้อง Inverter (VFD): ทำหน้าที่ควบคุมมอเตอร์ และมีวงจร DC Bus ที่แรงดันจะสูงขึ้นเมื่อเกิด Regenerative EnergyBraking Unit: วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ตรวจจับแรงดัน DC Bus และเปิด/ปิดสวิตช์ (IGBT) เพื่อต่อ Braking Resistor เข้ากับ DC Bus โดยอัตโนมัติเมื่อแรงดันเกินกำหนด.Braking Resistor: ตัวต้านทานไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินให้เป็นพลังงานความร้อนเพื่อระบายทิ้งPro-Tip การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Inverter, Braking Unit และ Braking Resistor เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบและแก้ไขปัญหาระบบเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้ Braking Resistor โหลดที่มีแรงเฉื่อยสูง (High Inertia Loads): เช่น พัดลมขนาดใหญ่, ปั๊มน้ำขนาดใหญ่, เครื่องเหวี่ยง, เครื่องปั่น, เครื่องตัดไม้ ที่เมื่อหยุดทำงานแล้วยังคงหมุนต่อไปด้วยแรงเฉื่อยการหยุดอย่างรวดเร็ว (Rapid Deceleration): แอปพลิเคชันที่ต้องการให้มอเตอร์หยุดหรือชะลอความเร็วลงอย่างรวดเร็ว เช่น เครน, รอก, ลิฟต์, เครื่องจักร CNC ที่ต้องเปลี่ยนทิศทางหรือหยุดอย่างแม่นยำการเคลื่อนที่ในแนวตั้ง (Vertical Movement): เช่น ลิฟต์, รอกยกของ, เครื่องจักรที่เคลื่อนที่ขึ้นลง เมื่อโหลดเคลื่อนที่ลงด้วยแรงโน้มถ่วง มอเตอร์จะถูกขับเคลื่อนและสร้างพลังงานกลับโหลดที่ถูกขับเคลื่อนจากภายนอก (Overhauling Loads): โหลดที่พยายามหมุนมอเตอร์เร็วกว่าความเร็วที่ Inverter กำหนด เช่น สายพานลำเลียงที่ลาดลง หรือมอเตอร์ที่ต่อกับเครื่องจักรที่ถูกขับเคลื่อนจากกระบวนการอื่น
การคำนวณและการเลือกใช้งาน Braking Resistor การเลือก Braking Resistor ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย มีสองพารามิเตอร์หลักที่ต้องพิจารณาคือ ค่าความต้านทาน (Ohm) และพิกัดกำลัง (Watt)
การกำหนดค่าความต้านทาน (Resistance - Ohm): ค่าความต้านทานที่เหมาะสมมักจะระบุอยู่ในคู่มือของ Inverter หรือ Braking Unit นั้นๆ หากค่าความต้านทานต่ำเกินไป จะทำให้กระแสไหลผ่าน Resistor สูงมากจนอาจทำให้ Braking Unit เสียหายได้ หากค่าความต้านทานสูงเกินไป ประสิทธิภาพการเบรกจะลดลง และแรงดัน DC Bus อาจยังคงสูงเกินไปจนเกิด Overvoltage Fault ได้การกำหนดพิกัดกำลัง (Power Rating - Watt): พิกัดกำลังของ Braking Resistor ต้องเพียงพอที่จะระบายพลังงานความร้อนที่เกิดขึ้น พิกัดกำลังนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานที่ต้องระบายและ Duty Cycle ของการเบรก (สัดส่วนของเวลาที่ Resistor ทำงานเทียบกับเวลาทั้งหมด) โดยทั่วไป มักจะระบุเป็นกำลังเฉลี่ย (Average Power) หรือกำลังสูงสุด (Peak Power) และ Duty Cycle เป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 10% ED - 10% Electrical Duty) การคำนวณที่แม่นยำมักต้องพิจารณาพลังงานจลน์ของโหลด, เวลาในการเบรก และ Duty Cycle ของการทำงานข้อแนะนำจากวิศวกร เริ่มต้นด้วยการอ้างอิงค่าความต้านทานและกำลังที่ผู้ผลิต Inverter แนะนำสำหรับรุ่นและกำลังของ Inverter ของคุณเสมอ หากงานของคุณมีความต้องการพิเศษ เช่น การเบรกที่บ่อยครั้งหรือหนักหน่วงมาก อาจจำเป็นต้องคำนวณอย่างละเอียดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
text
ตัวอย่างพารามิเตอร์ Inverter ที่เกี่ยวข้องกับการเบรก:
- PRM. No. P330: Braking Resistor Ohms (ค่าความต้านทาน)
- PRM. No. P331: Braking Resistor Wattage (พิกัดกำลัง)
- PRM. No. P332: Braking Duty Cycle (เปอร์เซ็นต์การทำงาน)
- PRM. No. P333: DC Bus Overvoltage Level (ระดับแรงดัน DC Bus ที่เริ่มทำงานเบรก)
การติดตั้งและข้อควรระวัง การติดตั้ง Braking Resistor ต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัย
การเดินสายไฟ: เชื่อมต่อ Braking Resistor เข้ากับขั้วต่อเฉพาะของ Inverter หรือ Braking Unit ซึ่งมักจะระบุเป็น P(+) และ N(-) หรือ R, S (สำหรับ Inverter ที่มี Braking Unit ภายใน) หรือ DB+, DB- สำหรับ External Braking Unit ควรใช้สายไฟที่มีขนาดเหมาะสมและทนกระแสได้ตามพิกัดตำแหน่งการติดตั้ง: ควรติดตั้ง Braking Resistor ในบริเวณที่มีการระบายอากาศที่ดี เนื่องจากจะเกิดความร้อนสูงมากขณะทำงาน หลีกเลี่ยงการติดตั้งใกล้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อความร้อนหรือวัสดุไวไฟการป้องกัน: อาจจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความร้อน (Thermal Protection) เช่น Thermostat หรือ Thermal Switch ที่ตัว Resistor เพื่อตัดการทำงานของระบบหาก Resistor ร้อนเกินไป ป้องกันความเสียหายและอันตรายจากไฟไหม้
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย Braking Resistor จะร้อนจัดขณะทำงานและแม้จะหยุดทำงานไปแล้วก็ตาม อาจทำให้เกิดการไหม้ได้หากสัมผัสโดยตรง ควรมีป้ายเตือนและติดตั้งในพื้นที่ที่เข้าถึงยากสำหรับบุคคลทั่วไป และต้องทำการ Lock Out / Tag Out ก่อนดำเนินการบำรุงรักษาเสมอ
ปัญหาที่พบบ่อยและการแก้ไข Inverter เกิด Overvoltage (OV) Fault บ่อยครั้ง:
สาเหตุ: ค่าความต้านทานของ Resistor สูงเกินไป, พิกัดกำลังของ Resistor ไม่เพียงพอ, Resistor ขาดหรือไม่ได้เชื่อมต่อ, Braking Unit ทำงานผิดปกติ
การแก้ไข: ตรวจสอบค่าความต้านทานให้ตรงตามคู่มือ, เพิ่มพิกัดกำลังของ Resistor, ตรวจสอบสายไฟและการเชื่อมต่อของ Resistor, ตรวจสอบการทำงานของ Braking UnitBraking Resistor ร้อนจัดผิดปกติ:
สาเหตุ: พิกัดกำลังของ Resistor ต่ำเกินไป, Duty Cycle ของการเบรกสูงกว่าที่ Resistor รองรับ, การระบายอากาศไม่ดีพอ
การแก้ไข: เลือก Resistor ที่มีพิกัดกำลังสูงขึ้น, ปรับ Inverter Parameter เพื่อยืดเวลาการเบรก (หากทำได้), ปรับปรุงการระบายอากาศบริเวณที่ติดตั้ง, เพิ่มพัดลมระบายความร้อนBraking Unit Fault:
สาเหตุ: Braking Unit เสียหาย, การเชื่อมต่อผิดพลาด, กระแสไหลผ่าน Resistor สูงเกินไป (Resistor ค่าต่ำเกินไป)
การแก้ไข: ตรวจสอบสายไฟ, ตรวจสอบค่าความต้านทานของ Resistor, เปลี่ยน Braking Unit หากเสียหายtext
ตัวอย่าง Alarm Codes ที่เกี่ยวข้อง:
- OV1, OV2, OV3: Overvoltage fault (แรงดัน DC Bus สูงเกินไป)
- DBR Fault: Braking Resistor / Braking Unit Fault (เฉพาะบางยี่ห้อ)
- THM: Thermal overload of Braking Resistor (เมื่อใช้ Resistor ที่มี Thermostat)
เทคนิคขั้นสูง: การจัดการพลังงานเบรก (Beyond Braking Resistor)นอกจาก Braking Resistor ที่เปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนแล้ว ในบางแอปพลิเคชันที่ต้องการประสิทธิภาพสูงหรือมีการเบรกที่รุนแรงและบ่อยครั้ง อาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกว่า เช่น Regenerative Drives (หรือ Active Front End Inverters) ซึ่งสามารถแปลงพลังงาน Regenerative Energy กลับคืนสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าได้โดยตรง ทำให้ประหยัดพลังงานและลดความร้อนที่ต้องระบายทิ้ง แต่ก็มีต้นทุนที่สูงกว่า
สรุปและบริการจาก SP Automation Braking Resistor เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำให้ระบบ Inverter ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานอุตสาหกรรมที่มีโหลดแรงเฉื่อยสูงหรือต้องการการหยุดที่รวดเร็ว การทำความเข้าใจหลักการทำงาน, การเลือกขนาดที่ถูกต้อง, การติดตั้งที่เหมาะสม และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น จะช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างมหาศาล
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกใช้, การคำนวณ หรือประสบปัญหาเกี่ยวกับ Braking Resistor และ Inverter ในระบบของคุณ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ SP Automation ยินดีให้คำปรึกษาทางเทคนิคและสนับสนุนการแก้ปัญหา เพื่อให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
Braking Resistor Inverter: หลักการทำงาน, เลือกใช้, แก้ปัญหา | SP Automation